Black Ribbon

TSEA ห่วงเหล็ก IF กระทบความปลอดภัย ชงแยก มอก.จำกัดใช้เฉพาะอาคารเล็ก

09 มิถุนายน 2569
TSEA ห่วงเหล็ก IF กระทบความปลอดภัย ชงแยก มอก.จำกัดใช้เฉพาะอาคารเล็ก
  • สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) แสดงความกังวลต่อคุณภาพและความปลอดภัยของเหล็กเส้นที่ผลิตจากเตาหลอมแบบความถี่ไฟฟ้า (เตา IF) เนื่องจากเป็นวัสดุสำคัญต่อความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร
  • ชี้ข้อจำกัดทางเทคนิคของเตา IF ที่กำจัดสิ่งเจือปนได้ยาก อาจส่งผลให้เหล็กมีความเปราะและคุณภาพไม่ดี ซึ่งประเทศจีนได้สั่งยกเลิกการใช้เตาประเภทนี้ไปแล้วด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
  • เสนอให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แยกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับเหล็กที่ผลิตจากเตา IF ออกจากเหล็กมาตรฐานทั่วไปให้ชัดเจน
  • แนะให้จำกัดขอบเขตการใช้งานเหล็กจากเตา IF อย่างเคร่งครัด โดยอนุญาตให้ใช้เฉพาะในอาคารขนาดเล็กสูงไม่เกิน 2 ชั้น และห้ามใช้เด็ดขาดกับอาคารสูง สะพานขนาดใหญ่ และโครงสร้างสาธารณะที่มีความสำคัญ
  • กังวลเรื่องกระบวนการตรวจสอบของภาครัฐที่อาจมีกำลังคนไม่เพียงพอ ทำให้เสี่ยงที่เหล็กซึ่งจำหน่ายในตลาดอาจมีคุณภาพไม่ตรงตามตัวอย่างที่ส่งตรวจเพื่อขอใบรับรอง มอก.

จากกรณีที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม มีคำสั่งวันที่ 5 มิ.ย. 2569 อนุญาตให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง สามารถกลับมาประกอบกิจการ โรงงานผลิตเหล็กเส้น และเหล็กรูปพรรณ ได้ตามปกติภายหลังโดยกระทรวงอุตสาหกรรมให้ปิดปรับปรุงเป็นเวลากว่า 1 ปี ซึ่งกรมโรงงานฯ ได้เข้าตรวจสอบและพบว่าได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงโรงงานถูกต้องตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

รายงานข่าวระบุว่า บริษัทผลิตเหล็กดังกล่าวได้ถูก "ทีมสุดซอย" สมัยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจพบไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหลายด้าน ทั้งสินค้าเหล็กไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มลพิษจากกระบวนการผลิตสูงกว่าค่าควบคุมตาม พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนปัญหาความปลอดภัยในสถานประกอบการ จนกระทั่งถูกสั่งปิดดำเนินการผ่านมาตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมทั้ง 2 ท่านคือ นายเอกนัฏ และนายธนกร วังบุญคงชนะ 

ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ประเด็นข้อกังวลต่อคุณภาพเหล็กเส้นที่ผลิตจากเตาหลอมแบบความถี่ไฟฟ้า หรือเตา IF (Induction Furnace) ว่า ในกลุ่มวิศวกรยังคงมีความกังวลอย่างต่อเนื่องในเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุหลักที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร 

อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมาจะยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าเหตุการณ์อาคารพังทลายบางแห่งเกิดจากเหล็กชนิดนี้โดยตรง แต่ในเชิงคุณภาพและการได้มาตรฐานยังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก

ชี้ข้อจำกัดทางเทคนิค "เตา IF" กำจัดสารเจือปนยาก

นายอมร กล่าวว่า ในทางทฤษฎีการผลิตเหล็กให้ได้คุณภาพจากเตา IF นั้นสามารถทำได้ แต่ในทางปฏิบัตินั้นทำได้ยาก เนื่องจากเตาประเภทนี้มีข้อจำกัดสำคัญคือ กระบวนการกำจัดสิ่งเจือปนออกจากน้ำเหล็กทำได้ลำบาก หากวัตถุดิบซึ่งเป็นเศษเหล็กมีธาตุเจือปน เช่น ฟอสฟอรัส หรือสารอื่น ๆ ในปริมาณมาก และไม่สามารถกำจัดออกได้หมด จะส่งผลให้คุณภาพเหล็กที่ได้มีความเปราะและไม่ดีเท่าที่ควร

หากต้องการให้เหล็กจากเตา IF มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล ผู้ผลิตจำเป็นต้องมีกระบวนการเพิ่มเติม คือต้องใช้เตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace - LF) และต้องคัดสรรวัตถุดิบเศษเหล็กที่มีคุณภาพสูง 

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเตาปรุงน้ำเหล็กมีต้นทุนที่สูงมาก ซึ่งจะทำให้ข้อได้เปรียบด้านราคาถูกของเหล็กเตา IF หมดไปเมื่อเทียบกับเหล็กที่ผลิตจากเตาไฟฟ้า (EAF) ที่เป็นมาตรฐานสากล

บทเรียนจากจีน สั่งปิดเหล็กเตา IF ไปหมดแล้ว

จากข้อมูลพบว่า ประเทศจีนซึ่งเคยเป็นผู้ใช้เตา IF รายใหญ่ ได้ประกาศยกเลิกการใช้เตาประเภทนี้ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างไปตั้งแต่ช่วงปี 2558-2559 โดยมีการสั่งปิดโรงงานทั้งหมด เนื่องจากตระหนักถึงปัญหาด้านคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าพิจารณาว่าในขณะที่ประเทศต้นทางเทคโนโลยีอย่างจีนยกเลิกไปแล้ว แต่ในประเทศไทยยังคงมีการอนุญาตให้ใช้งานอยู่ 


แนะแยกมาตรฐาน มอก. และจำกัดการใช้

ดร.อมร เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ว่า ควรมีการแยกมาตรฐาน มอก. สำหรับเหล็กที่ผลิตจากเตา IF ออกมาให้ชัดเจน ไม่ควรนำมาปะปนกับเหล็กมาตรฐานทั่วไป พร้อมระบุขอบเขตการใช้งานอย่างเคร่งครัด เช่น

1. อนุญาตให้ใช้เฉพาะอาคารขนาดเล็ก หรืออาคารที่สูงไม่เกิน 2 ชั้น และไม่อยู่ในเขตเสี่ยงภัยแผ่นดินไหว 

2. ห้ามใช้โดยเด็ดขาด กับอาคารที่ความความสูง รวมถึงโครงสร้างสะพานขนาดใหญ่ และโครงสร้างสาธารณะที่มีความสำคัญสูง
"เราไม่ควรเน้นเหล็กราคาถูกสำหรับโครงสร้างที่สำคัญ ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญกว่ามาก โดยเฉพาะการรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวหรือน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นตามการใช้งาน" ดร.อมร กล่าว

ช่องโหว่การตรวจสอบ ประชาชนรับความเสี่ยง

นอกจากนี้ ดร.อมร ยังแสดงความกังวลถึงกระบวนการตรวจสอบของภาครัฐ โดยระบุว่า สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) อาจมีกำลังคนไม่เพียงพอในการตรวจติดตามโรงงานอย่างทั่วถึง ซึ่งมีความเสี่ยงว่าตัวอย่างเหล็กที่ส่งไปตรวจเพื่อให้ได้ใบรับรอง มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) อาจเป็นเหล็กที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพดีเป็นพิเศษ แต่เหล็กที่ผลิตขายจริงสู่ท้องตลาดอาจไม่ได้คุณภาพตามนั้น

ทั้งนี้ ที่สำคัญคือ ประชาชนทั่วไปไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเหล็กเส้นที่ซื้อมาผลิตจากเตาประเภทใด เนื่องจากเป็นรายละเอียดทางเทคนิคที่ดูได้ยาก แม้จะมีตัวนูนระบุบนเนื้อเหล็กก็ตาม ทางสมาคม TSEA จึงทำได้เพียงส่งสัญญาณเตือนไปยังวิศวกรและผู้รับเหมาให้ระมัดระวังในการเลือกใช้เหล็ก ขณะที่หน่วยงานรัฐบางแห่ง เริ่มมีการออกข้อกำหนดภายในห้ามใช้เหล็กจากเตา IF ในโครงการของตนเองแล้ว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน สมอ. อยู่ระหว่างการปรับปรุงมาตรฐาน มอก. เหล็กเส้นซึ่งใช้เวอร์ชันปี 2559 มานาน โดยคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทางสมาคมฯ เห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะเร่งผลักดันการแยกมาตรฐานและการระบุขอบเขตการใช้งานให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะยาว
แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.